รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด

รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด

รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด  ทุกคนคิดเหมือนผมไหมว่าสถานการณ์การระบาดของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 แบบนี้มันคุ้นๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคยเห็นจากใน หนังซอมบี้ (Zombie Movie) ยังไงยังงั้น ?

เนื่องจากไวรัส COVID-19 เราจะมาพูดถึง หนังภาพยนตร์ แนวซอมบี้กันสักหน่อย ซึ่งหนังซอมบี้ถือเป็นหนังแนวที่เราโปรดปรานแนวหนึ่ง จึงอยากจะมาจัดอันดับในใจจะว่าไปแล้วก็ไม่เคยจัดเหมือนกันนะ 10 อันดับหนังซอมบี้ ซึ่งบอกเลยว่าจัดยากมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ! เรื่องนั้นก็ดี เรื่องนี้ก็ใช่ จึงออกมาเป็น 10 อันดับในใจเรานั่นแหละ ต้องบอกก่อนว่า 10 อันดับนี้ไม่ได้เรียงจากแย่ที่สุดไปดีที่สุดนะ แต่มันเรียงจากความชอบ เรียงจากความถูกจริตส่วนตัวล้วนๆ รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด

 หนัง One Cut of the Dead (2018)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

มาเริ่มกันที่เรื่องแรกคือ หนังภาพยนตร์ One Cut of the Dead หรือชื่อไทยน่ารักๆ ว่า วันคัท ซอมบี้ งับๆๆๆ หนังที่เป็นกระแสมากๆ ตั้งแต่ก่อนจะเข้าฉายในไทยเสียอีก เพราะที่ญี่ปุ่นนี่คือเปิดตัวเปรี้ยงปร้างมาก ตีเป็นเงินไทย 9 แสนบาท แต่ทำรายได้เปิดตัวไป 330 ล้านบาท และใช้เวลาถ่ายทำแค่ 8 วันเท่านั้น รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด

นี่คือหนังจากฝีมือของผู้กำกับ เขียนบท และตัดต่อเองของ Shinichiro Ueda ที่เรียกได้เลยว่ามันคือผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาเลย 10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

นี่คือเรื่องราวง่ายๆ ของกองถ่ายหนังที่บังเอิญเจอกับซอมบี้จริงๆ มันไม่ใช่หนังซอมบี้แบบทั่วๆ ไป มันสนุก ตลก และทำให้ยิ้มได้ในหลายฉาก กับจุดขาย Long Take ที่ลากยาว 37 นาทีเลยทีเดียว และช่วงต้นของหนังนี่ทำให้เราด่าหนังไปเยอะเลยนะ จุดติเยอะมาก แต่พอครึ่งหลังก็ได้เข้าใจแล้วได้แต่ยกมือไหว้และกราบขอโทษ เพราะหนังมันดี ดีมากจริงๆ นอกเหนือจากนั้นเรายังได้เห็นเบื้องหลังการทำงานต่างๆ ของเบื้องหลังหนังสักเรื่องด้วย
แต่ที่มันอยู่อันดับ 10 อย่างที่บอกว่าไม่ใช่มันไม่ดี จริงๆ เราให้คะแนนเรื่องนี้ไว้ 10/10 ด้วยซ้ำ แต่ด้วยองค์รวมความเป็นหนังซอมบี้เมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ แล้วเรายังมีเรื่องอื่นที่ชอบกว่าเท่านั้นแหละ แต่เรื่องนี้มันดีจริงๆ นะ รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด

หนัง Warm Bodies (2013)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

Warm Body หรือชื่อไทยว่า ซอมบี้ที่รัก ผลงานการกำกับของ Jonathan Levine เป็นหนังที่สร้างมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ Isaac Marion และนำแสดงโดย Nicholas Hoult กับ Teresa Palmer

เรื่องราวเกี่ยวกับหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่เคยมีแฟน แต่โลกดันเกิดวิกฤติซอมบี้ แล้วตัวเองก็โดนกัดกลายเป็นซอมบี้เสียก่อน เขาจำอะไรไม่ได้ จำได้แค่เพียงว่าตัวเองมีชื่อขึ้นต้นด้วยตัว R (ซับฉากพูดชื่อ) แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป และเมื่อเขากินเหยื่อ เขาก็ได้รับความทรงจำ ความรู้สึกต่างๆ กลับมาอีกครั้ง ทำให้รู้สึกมีชีวิตขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะความรู้สึก รัก เมื่อ R ได้บังเอิญตกหลุมรักมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งในระหว่างล่าเหยื่อ! เขาจึงพาเธอกลับมาใช้ชีวิตด้วย!

หนังมีความสร้างสรรค์มาก และมีทั้งความสนุก ตลก บันเทิง แอ็คชั่นบ้าง ตื่นเต้นหน่อยๆ และโรแมนติค!?

อย่างแรกที่ชอบเลยคือ มุมมองการเป็นซอมบี้ เราได้เห็นมันบอกเล่าผ่านตัวละคร R นี่แหละ และนั่นคืออย่างที่สองที่เราชอบ กับการแสดงของ Nicholas Hoult ที่เล่นได้ดูอึนๆ ดี ซอมบี้จีบสาวอะ 555 เป็นซอมบี้ที่น่าเอ็นดูอะ ขนาดเป็นซอมบี้ยังโคตรหล่อ โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้าคู่นั้น เป็นซอมบี้ที่ตาหวานมาก 555 สุดท้ายคือคอนเซ็ป กับการพัฒนาการความเป็นมนุษย์ทีละนิดๆ ของซอมบี้ ที่สำคัญคิดได้ยังไงว่าให้ซอมบี้มีความรัก และการมีความรักทำให้หัวใจกลับมาเต้น กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

หนัง World War Z (2013)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

หนังภาพยนตร์ World War Z หรือ มหาวิบัติสงคราม Z เป็นหนังซอมบี้ที่ออกฉายปีเดียวกับ Warm Body เลย แต่ความรู้สึกโคตรคนละเรื่องเลย

ผลงานการกำกับของ Marc Forster ที่ก่อนหน้าเรื่องนี้เขาเคยกำกับหนึ่งในแฟรนไชส์ James Bond อย่าง Quantom of Solace (2008) มาแล้ว และในปี 2018 ก็กำกับ Christopher Robin ด้วย

World War Z แสดงนำโดย Brad Pitt เขารับบทเป็น Gerry Lane เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ ได้เผชิญหน้ากับการระบาดของซอมบี้ ทำให้ต้องอพยพลูกเมีย และตัวเองออกไปช่วยเหลือมนุษยชาติ โดยเชื่อว่าต้นกำเนิดของไวรัสซอมบี้นี้มาจากเกาหลีเหนือ

ความสนุกของมันคือการเอาชีวิตรอด ตื่นเต้น ลุ้นระทึก และความเยอะ เป็นหนังที่ซอมบี้โคตรเยอะ เยอะที่สุดตั้งแต่เคยดูมา โคตรชุลมุนวุ่นวาย ชิบหายวายป่วงสุดๆ ที่สำคัญมันวิ่งโคตรเร็ว ขอเรียกว่ามันคือซอมบี้ ยูเซน โบลต์ (ดูความเร็วของมัน) รีวิวหนังซอมบี้หรือหนังโรคระบาด

หนัง Dawn of the Dead (2004)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

หนังภาพยนตร์ Dawn of the Dead หรือรุ่งอรุณแห่งความตาย ที่แล้วจะพูดถึงนี้เป็นเวอร์ชั่น 2004 นะ มันมีเวอร์ชั่นต้นฉบับแหละในปี ค.ศ. 1978 จำได้คร่าวๆ ว่าเคยดู แต่จะรายละเอียดอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่ จึงขอมาพูดถึงเวอร์ชั่นดัดแปลงใหม่นี่แหละ

ในเวอร์ชั่นปี 2004 นี้ เป็นผลงานการกำกับของชื่อที่หลายคนคุ้นหูอย่าง Zack Snyder ที่กำกับ 300 (ค.ศ. 2006), Watchmen (ค.ศ. 2009), Man of Steel (ค.ศ. 2013), Batman v Superman (ค.ศ. 2016) หรือหนังเจ้าปัญหาที่เรียกร้อง Snydercut อย่าง Justice League (ค.ศ. 2017)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

แสดงนำโดย Sarah Polley กับเรื่องราวการระบาดของซอมบี้ ที่มีกลุ่มคนต้องคอยเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้โดยการไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เวลาเกิดหายนะ นั่นก็คือห้างสรรพสินค้ายังไงล่ะ

แสดงนำโดย Sarah Polley กับเรื่องราวการระบาดของซอมบี้ ที่มีกลุ่มคนต้องคอยเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้โดยการไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เวลาเกิดหายนะ นั่นก็คือห้างสรรพสินค้ายังไงล่ะ

ฟังดูเหมือนธรรมดา แต่รับประกันความสนุก มันส์ ตื่นเต้นแน่นอน หนังไม่รอช้าเรียกความตื่นเต้นตั้งแต่ต้นเรื่อง แสดงให้เราเห็นถึงความชิบหายวายป่วงตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว

หนัง I Am A Hero (2015)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

ข้ามมาทางซอมบี้จากฝั่งแดนอาทิศอุทัยอย่างญี่ปุ่นกันบ้าง กับผลงานการกำกับของ Shinsuke Sato ที่มักทำหนังที่ดัดแปลงมาจากมังงะ เช่น Gantz (ค.ศ. 2010), Death Note (ค.ศ. 2016), Inuyashiki, Bleach เรียกได้ว่ามาทางนี้เลย

และหนังเรื่องนี้ก็สร้างมาจากมังงะชื่อเดียวกันที่โคตรสนุก คือจริงๆ ปกติไม่ค่อยอ่านมังงะหรือดูอนิเมะญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่พอมาทางซอมบี้ก็เลยสนใจไปหาอ่านเสียหน่อย และผลคือไม่ผิดหวัง พอมาเป็นหนังก็เลยติดตามอย่างทันที

หนังภาพยนตร์ I Am Hero เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักวาดการ์ตูนที่ชื่อว่า Hideo Suzuki ที่มีความฝันอยากเป็นฮีโร่ ตัวเองมักเจอเหตุการณ์ประหลาดๆ โดยเฉพาะภาพหลอน จนมาวันหนึ่งเขาพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป และคนรอบตัวก็ได้กลายเป็นซอมบี้กันหมด! โดยไวรัสที่ว่านั้นมันถูกเรียกว่า ZQN เขาจึงต้องใช้ลูกซองที่เขาเก็บไว้ใช้ในกีฬายิงปืน ออกปกป้องผู้คน

หากใครเคยอ่านฉบับมังงะมาก่อนก็จะเห็นว่ามันแทบจะดำเนินเรื่องตามมังงะแบบเป๊ะๆ แต่มันก็เป็นการดี ที่ได้เห็นการ์ตูนที่เราชอบมาอยู่ในรูปแบบหนัง แถมมันยังออกมาดีอีกต่างหาก ว่าแล้วก็ไปหยิบมังงะเรื่องนี้มาอีกอีกสักรอบก็ดีเหมือนกันแฮะ

หนัง 28 Days Later… (2002) + 28 Weeks Later (2007)

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film   10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

อันดับที่ 5 นี้เลือกไม่ได้จริงๆ ขอเอามาทั้งสองเลยละกัน 555 นั่นคือหนังซอมบี้ที่มีชื่อว่า 28 Days Later และ 28 Weeks Later

ถ้าถามว่า 2 ภาคนี้ชอบภาคไหนมากกว่า ตอบไม่ได้แหะ มันชอบคนละแบบ แต่ที่สำคัญ เท่าที่จำความได้ 28 Days Later นี่เป็นหนังซอมบี้เรื่องแรกๆ ในชีวิตที่เราได้ดู มันเหมือนเป็นหนังเปิดโลกหนังซอมบี้ของเราเลย และก็ชอบหนังซอมบี้มาตั้งแต่นั้นมา

28 Days Later เป็นผลงานการกำกับของ Danny Boyle ผู้กำกับมากจินตนาการ หากใครนึกไม่ออกก็หนัง Trainspotting (ค.ศ. 1996),T2 Tainspotting (ค.ศ. 2017), Slumdog Millionaire (ค.ศ. 2008), 127 Hours (ค.ศ. 2010), Yesterday (ค.ศ. 2019) และเรื่องนี้แสดงนำโดย Cillian Murphy

10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

โดยจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสนี้มาจากลิงชิมแฟนซีที่ถูกทดลองและติดเชื้อ พวกมันถูกปลดปล่อยออกมา และอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง 28 วันหลังจากนั้นชายคนหนึ่งตื่นขึ้นมาจากอาการโคม่าแล้วพบว่าโลกที่เขาอยู่เปลี่ยนไปมีแต่ความเงียบงันและว่างเปล่า แต่เขาก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อกำลังออกอาละวาด

หนังภาพยนตร์ 28 Days Later ไม่ใช่หนังแบบเอาตัวรอดหนีซอมบี้ไล่ฆ่าซอมบี้ขนาดนั้น มันจะดำเนินเรื่องช้าๆ หน่อย ช่วงหลังก็จัดเต็มหน่อย มันไม่ใช่แค่ซอมบี้เท่านั้นแต่มันมีการเอาชีวิตรอดระหว่างคน ไล่ฆ่าคนกันเองด้วย!

28 Weeks Later เป็นเรื่องราวภาคต่อของ 28 Days Later นั่นแหละ แต่ในภาคนี้เปลี่ยนทั้งผู้กำกับและคนเขียนบทเลยทีเดียว โดยภาคนี้เป็นฝีมือการกำกับของ Juan Carlos Fresnadillo แต่ Danny Boyle และคนเขียนบทภาคแรกก็มาช่วยอำนวยการสร้างด้วย แถมดาราในภาคนี้ยังมีชื่อขึ้นมาอีก ทั้ง Robert Carlyle, Jeremy Renner, Idris Elba เป็นต้น
10 อันดับหนังซอมบี้ หรือ หนังโรคระบาด ในดวงใจของ Watch Da Film

ถ้าถามว่าไม่ดูภาคแรกมาจะรู้เรื่องมั้ย เอาจริงๆ ก็ดูรู้เรื่องนะ แต่แนะนำให้ดูดีกว่า ซึ่งมี Facts นิดนึงว่าเหตุการณ์ในภาคแรกที่เกิดขึ้นมันแค่ที่อังกฤษเท่านั้น แต่ที่ตัวละครคุยกันว่ามันเกิดการระบาดไปที่ปารีสและนิวยอร์กมันคือเรื่องโกหก เพราะต้องการจำกัดพื้นที่ในการระบาดของเชื้อไวรัสไว้ที่อังกฤษ ในภาคนี้เรื่องราวเริ่มต้น 28 สัปดาห์ให้หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกที่ทางอเมริกาเข้ามาช่วยฟื้นฟูอังกฤษ แล้วบอกว่าปลอดเชื้อแล้วสามารถเข้าไปอยู่ได้บางส่วน จึงทำให้เริ่มทยอยคนเข้าไป แต่ไม่นานความชิบหายครั้งใหม่ก้มาเยือน เมื่อเด็กสองคนไปเจอแม่ที่ถูกกัดแต่ไม่กลายเป็นซอมบี้ แต่พอผู้เป็นพ่อไปจูบแม่เท่านั้นแหละ ความบรรลัยจึงบังเกิด ซึ่งแค่เปิดมาฉากแรกๆ คงพอเดาได้แล้วว่าภาคนี้ต่างจากภาคแรกพอสมควร มีแอ็คชั่นเยอะกว่า ดำเนินเรื่องเร็วกว่า ซอมบี้จัดเต็มกว่า ที่สำคัญเพลงประกอบในภาคนี้แม่มระทึกเหลือเกิน 5555 สมัครสมาชิก แอดไลน์ @i99bets